จอดทับที่

ผีเฝ้าถนน

เรื่องนี้ส่งมาจากคุณมินครับ คุณมินเล่าว่า.. เราอยู่อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดค่ะ วันนั้นเรามีนัดทำรายงานกับเพื่อนหลังเลิกเรียน เลยต้องไปค้างบ้านเพื่อนค่ะ แต่หลังเลิกเรียนเราต้องกลับบ้านไปช่วยที่บ้านทำอะไรให้เสร็จก่อน กว่าจะได้ออกเดินทางไปบ้านเพื่อนก็ 2 ทุ่มกว่าแล้ว ซึ่งต่างจังหวัด 2 ทุ่มคือเงียบมาก ยิ่งเราไม่ได้อยู่ในตัวเมือง อยู่ต่างอำเภอ แล้วบ้านเพื่อนเราก็เป็นหมู่บ้านที่อยู่นอกอำเภอไปอีก คือเงียบกริบ และมืดสนิทเลยค่ะ

เราขี่รถมอเตอร์ไซค์ไป พอใกล้ถึงหน้าหมู่บ้านเพื่อนก็ดันกลัว เพราะไม่มีไฟข้างทางเลย เราเลยตัดสินใจจอดรถ แล้วโทรให้เพื่อนออกมารับที่หน้าหมู่บ้าน เพื่อนก็ออกมารับพาเข้าบ้านตามปกติไม่มีอะไร.. พอทำงานเรียบร้อยก็มานั่งคุยกันที่ครัว โดยเรานั่งหันหลังให้หน้าต่างหันหน้าเข้าหาเพื่อน ซึ่งแปลว่าเพื่อนเราจะมองเห็นข้างนอก ระหว่างที่คุย สายตาเพื่อนเรามันมองเลยหลังเราไปตลอดเหมือนมองอะไรอยู่ เพื่อนเราคนนี้มีเซ้นส์ค่ะ เพราะปู่มันเป็นหมอธรรมของหมู่บ้าน เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็เข้านอนแล้วตื่นเช้าไปโรงเรียน

พอถึงโรงเรียน เพื่อนมันก็บอกเราว่า ‘เมื่อคืนมีผู้ชายตามแกมา สภาพหัวบุบไปครึ่งหนึ่งจนเห็นสมอง หน้านี่เละมีแต่เลือด เขายืนจ้องเราจากข้างนอกบ้านตอนที่นั่งคุยกัน..’ เราได้ฟังอย่างงั้น วันนั้นไม่มีสมาธิเรียนเลยค่ะ พอตกเย็นก็ต้องกลับไปที่บ้านเพื่อนอีก ก็เลยรีบไปตั้งแต่ยังไม่ค่ำ แต่พอขากลับบ้านเราฟ้าดันมืดแล้ว เวลาประมาณ 1 ทุ่ม เราก็ขี่รถตามปกติ ความเร็วประมาณ 40 แล้วอยู่ๆ ก็เหมือนมีบางอย่างมาบิดคันเร่งรถเรา ทั้งๆ ที่เราไม่ได้บิด แต่เข็มไมล์มันพุ่งไปเกือบ 70 ตอนนั้นคืองงมาก ได้สติอีกทีคือเห็นแมวดำวิ่งตัดหน้ารถ เรากรี๊ดสุดเสียงแล้วเบรคเต็มแรง ทำให้รถตวัดล้ม เรากระเด็นขูดไปกับถนนเลยค่ะ เจ็บหนักเลย

อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เราไปไหนไม่ได้ร่วม 2 อาทิตย์ พอเริ่มหายแม่เลยพาไปหาพระ พระท่านบอกว่า ‘เขาตามมา เพราะไปจอดทับที่ตายเขา เขาอยากคุยด้วย..’ แต่พระท่านไม่รับทำพิธีกรรมให้ มันผิดกฎของสงฆ์ เราเลยไปหาหมอธรรมอีกที่หนึ่ง ท่านบอกว่า ‘ต้องเบิกเนตรเพื่อสื่อสารกับเขา ไม่งั้นเขาเอาตาย แต่ก็ต้องแลกด้วยการเห็นวิญญาณไปตลอดชีวิต..’ ณ จุดนั้นเราเลือกอะไรไม่ได้ เลยตัดสินใจเอาชีวิตก่อนแล้วกันวะ ก็ทำพิธีจนเสร็จค่ะ กลับมาถึงบ้านคืนนั้นคือเขามาหาเลย สภาพแบบเพื่อนเคยบอกไว้เป๊ะๆ เขาบอกว่า ให้ไปบอกคนที่บ้านของเขา บ้านอยู่ตรงนี้ๆ บอกว่าอย่าขายรถของเขา รถคันนั้นเขาหวงมาก อีกวันเราก็รีบไปจัดการให้เรียบร้อย แล้วจากนั้นเราก็ไม่เจอเขาอีกเลยค่ะ

..แต่เจอตนอื่นแทน เป็นที่มาของเรื่องต่อๆ ไปค่ะ ไว้มีเวลาจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ