งานศพหลาน

เรื่องนี้ส่งมาจากคุณเรย์ครับ คุณเรย์เล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณป้าของเราเล่าให้ฟังอีกทีค่ะ ย้อนกลับไปประมาณ 20 ปีก่อน ลุงกับป้าได้ข่าวว่าหลานชายเสียชีวิตที่จังหวัดสุราษฯ พอดีช่วงนั้นลุงกับป้าติดธุระสำคัญ กว่าจะเสร็จและเดินทางไปร่วมงานก็เป็นวันเผาพอดี ขับรถไปถึงวัดช่วงเย็นไปทันพิธีเผาศพ ทุกอย่างเรียบร้อยดี จากนั้นญาติผู้ใหญ่ก็ชวนลุงกับป้าให้ไปนอนที่บ้านหลานชายที่เสียชีวิต จะได้อยู่พูดคุยกันสะดวก ช่วงค่ำวันนั้น ก็เหมือนวันรวมญาติๆ ที่มาจากต่างจังหวัด ซึ่งพักอยู่ที่บ้านนั้นอยู่ก่อนแล้ว

นั่งพูดคุยกันพอสมควรแก่เวลา ทุกคนต่างรีบขึ้นนอนที่ชั้นบนจนเต็ม ไม่มีใครนอนชั้นล่างเลย ลุงกับป้าเลยนอนที่ชั้นล่างกัน 2 คน มาทราบภายหลังว่าศพของหลานชายเป็นศพตายโหง ซึ่งโบราณเขาถือว่าศพที่ตายผิดธรรมชาติ หรือตายโหง เขาจะไม่ให้เข้ามาไว้ในบ้าน ซึ่งก่อนพิธีเผา พ่อแม่ของหลานชายได้เอาศพเข้ามาไว้ที่บ้านนี้ ชาวบ้านระแวกนั้นที่มาร่วมงาน หากใครพูดถึงนินทาว่ากล่าวคนตาย ไฟจะดับโดยไม่มีสาเหตุ เดี๋ยวพัดลมติดเองบ้าง ดับเองบ้าง จนชาวบ้านต่างกลัว รีบมางานและรีบกลับทันที

ลุงกับป้าที่ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องราวความเฮี้ยน เพราะมาเป็นคนสุดท้าย ก็จัดแจงปูผ้าเข้านอนกันตามปกติ.. คืนนั้นเวลาสักประมาณตี 3 ป้าได้ยินเสียงล้างจาน ทำกับข้าว เสียงดังหนวกหูมากจนนอนไม่หลับ ป้าเลยลุกขึ้นมานั่งมองไปทางครัว สายตาก็ไปเห็นผู้หญิงแก่ กำลังนั่งตำครกตำน้ำพริกอยู่คนเดียว ระยะห่างจากป้าแค่ราว 2 เมตรเท่านั้นเอง ป้านั่งดูอยู่อย่างนั้นหลายนาที ตอนนั้นป้าบอกว่าไม่ได้คิดเรื่องผีสาง คิดว่าคงเป็นญาติห่างๆ คนใดคนหนึ่ง ป้าเลยนอนต่อ

ป้ามาตื่นอีกทีเพราะอยากเข้าห้องน้ำ ก็ลุกขึ้นเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ ทางไปห้องน้ำต้องผ่านครัวก่อน ซึ่งตอนนั้นผู้หญิงแก่ไม่อยู่แล้ว ป้าเดินเข้าครัวผ่านตู้เย็น สายตาเหลือบไปเห็นรูปภาพบนตู้เย็น เป็นรูปหน้าศพของหลานชาย แต่สิ่งที่ทำให้ป้าต้องหยุดชะงักยืนนิ่งดูรูปหน้าศพรูปบนตู้เย็นนั้น เพราะหลานชายในรูปส่งยิ้มให้ และยิ้มกว้างขึ้น..กว้างขึ้น จนปากฉีกกว้างถึงใบหู! ป้าตาค้าง ช็อคมากกก ค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นแล้วคลานกลับไปหาลุง แล้วนอนต่อ ยังไม่เล่าให้ลุงฟังในตอนนั้น

จนความมากระจ่างในตอนเช้า ป้าถามคุณยาย ยายท่านบอกว่าท่านคือคุณทวดที่เสียไป แล้วยายท่านก็เอารูปถ่ายของคุณทวดมาให้ดู ‘ใช่..ใช่เลย!!’ ป้าร้องเสียงดังขึ้นมา พร้อมกับขนลุกเกรียว สรุปว่าป้าโดนหนักกว่าใครในงานศพครั้งนี้เลย จากนั้นมาป้าก็ไม่เคยไปนอนค้างที่บ้านหลังนั้นอีกเลยค่ะ